โรคสะเก็ดเงิน PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

ผื่นแดง

 

 

1. โรคสะเก็ดเงิน คือ อะไร

 

          โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ที่พบบ่อยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Psoriasis” ลักษระรอยโรคเป็นผื่นแดงนูนหนา มีสะเก็ดสีขาวลอกเป็นขุย จำนวนมากเป็นๆ หายๆ

 

 

2. โรคสะเก็ดเงินติดต่อได้หรือไม่

 

          โรคสะเก็ดเงินไม่สามารถติดต่อกันได้  ดังนั้น ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย จึงไม่ต้องกังวัลที่จะติดโรคนี้

 

 

3. ทำไม? จึงเป็นโรคสะเก็ดเงิน

 

          ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของ การเกิดโรคสะเก็ดเงิน แต่มีหลักฐานสนับสนุนว่า น่าจะเกิดจากความบกพร่องของระบบ “อิมมูน” รวมกับความผิดปกติของสาร “พันธุกรรม” กระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเจริญเร็วกว่าปกติ จากที่เซลล์ผิวหนังใช้เวลา 28-30 วันในการเจริญเต็มที่ และหลุดออกไป แต่ในผู้ป่วยสะเก็ดเงินวงจรนี้ลดลงเหลือเพียง 2-3 วัน ทำให้ผิวหนังมีการหนาตัวขึ้น และมีสะเก็ดจำนวนมาก

 

 

4. โรคสะเก็ดเงินพบบ่อยแค่ไหน

 

          โรคสะเก็ดเงินพบประมาณ ร้อยละ 1-2 free cartoon porn ของประชากรทั่วโลก ผู้ชาย และผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ใกล้เคียงกัน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการ เมื่ออายุระหว่าง  20-30 ปี สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาถึงอุบัติการณ์และ

ความชุกของโรคในประชากรทั่วไป  จากสถิติผู้ป่วยที่มาตรวจที่แผนกผิวหนัง ของโรงพยาบาลใหญ่ พบว่าเป็นโรคสะเก็ดเงินประมาณ 10 %

 

 

5.  การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินทำได้อย่างไร

 

          แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินได้ จากการตรวจรอยโรคของผู้ป่วย ที่ไม่ต้องการตรวจเลือด หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ     ในกรณีพิเศษที่พบน้อยมาก คือ โรคมลักษณะต่างไปจากรอยโรคมาตรฐาน อาจต้องทำการตัดตัวอย่างผิวหนังไ ปตรวจทางพยาธิวิทยา

 

 

6. ผื่นสะเก็ดเงินมีกี่แบบ

 

          รอยโรคที่พบบ่อยที่สุด และมากกว่า 80 % ของผู้ป่วยมีลักษณะเป็นผื่นนูนหนารูปกลม และมีสะเก็ดจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังพบผื่นผิวหนังได้อีกหลายลักษณะ คือ

           -  ผื่นขนาดเล็กๆ เป็นตุ่มนูนแดงมีขุย กระจายทั่วไป บริเวณลำตัวและแขนขา

           -  ผื่นเป็นตุ่มหนองตื้นบนรอยโรคสีแดง

           -  ผื่นแดงอักเสบบริเวณซอกรักแร้ ซอกขา

           -  ผื่นแดงลอกทั้งตัว

 

 

7. ผื่นสะเก็ดเงินพบบริเวณใดของร่างกายได้บ้าง

 

          ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ หนังศีรษะ ผิวหนังที่มีการเสียดสี แกะเกา เช่น ศอก, เข่า, ลำตัว, ก้นกบ แต่ก็สามารถพบได้ทุกแห่งของร่างกาย ได้แก่ เล็บ, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า, อวัยวะเพศ เป็นต้น  กระกระจายของผื่นมักจะเท่าๆ กันทั้ง 2 ข้างของร่างกาย

 

 

8. ใครมีโอกาสเป็นโรคสะเก็ดเงินได้บ้าง

 

          การคาดการณ์ว่าเป็นโรคสะเก็ดเงิน หรือไม่ สามารถทำได้แม่นยำในผู้ป่วยสะเก็ดเงิน 1 ใน 3 จะมีประวัติญาติเป็นโรคสะเก็ดเงินด้วย แต่การเกิดโรคไม่ขึ้นกับปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว

 

 

9. โรคสะเก็ดเงินจะกำเริบได้จากสาเหตุใดบ้าง

 

           สิ่งแวดล้อมที่มีหลักฐานว่า กระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน ได้แก่ การเสียดสี การกระทบกระเทก บาดแผล ปัจจัยทางจิตใจ

และทางสังคม เช่น ความเครียด การดื่มเหล้า โรคติดเชื้อ คออักเสบ สารเคมีบางชนิด เช่น ยาลดความดันชนิดต้านเบต้า ยาจิตเวช เช่น Lithium, ยาต้านมาเลเรีย เป็นต้น

 

 

10. โรคสะเก็ดเงินมีอาการอื่นนอกจากผื่นผิวหนังหรือไม่

 

           ข้ออักเสบจากโรคสะเก็ดเงินพบได้ ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ป่วย และมักพบความผิดปกติของเล็ก ร่วมด้วย   อาการปวดข้อคล้ายโรคปวดข้อรูมาตอยด์ แต่อาการรุนแรงน้อยกว่า  ข้อและเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อจะมีการอักเสบบวม หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะมี การทำลายของข้อ และทำให้ข้อผิดรูปถาวรได้  ดังนั้น หากผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

 

 

11.  การดำเนินโรค

 

           โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรัง มีอาการเห่อ และสงบสลับกันไป ระยะเวลาโรคสงบอาจสั้นเป็นสัปดาห์ หรือยาวนานได้หลายปี ส่วนใหญ่โรคจะสงบจากการได้รับการรักษาที่เหมาะสม และการหลีกเลียงปัจจัยกระตุ้นที่กล่าวข้างต้น

 

12.  การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

 

          การรักษาและดูแลตนเองอย่างถูกต้อง โดยอาศัยความร่วมระหว่างแพทย์และผู้ป่วย จะสามารถควบคุมโรคให้สงบได้นาน และทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตในครอบครัว และสังคมอย่างมีความสุข แม้ปัจจุบัน ยังไม่มีการรักษาใดที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินหายขาดได้

 

 

 

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

 

          เป้าหมายของการรักษาคือให้ได้ผลดีที่สุด และมีผลข้างเคียงน้อยที่สุดโดยการคุมอาการ ของโรคสะเก็ดเงินทั้งที่ผิวหนังและข้อ ท่านผู้อ่านต้องเลือกวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อย เมื่อไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนไปใช้การรักษาที่มีผลข้างเคียงมากขึ้น การรักษาจะแบ่งเป็นสามขั้นตอน โดยเริ่มจากขั้นที่ 1 เมื่อไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนไปขั้น 2 เมื่อไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนไปเป็นขั้น 3

 

ขั้นที่1 การใช้ยาทาร่วมกับแสงอาทิตย์

 

ยาทา Steroid

ยาทา Steroid เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่เป็นน้อยจนถึงปานกลางยานี้ มีหลายรูปแบบเช่นครีม ointments , lotion ยาเม็ด ยานี้มีความแรงหลายขนาดเวลา เริ่มให้เริ่มยาที่มีความแรงน้อยค่อยเพิ่มความแรง ยากลุ่มนี้จะลดการอักเสบ ของผิวหนังไม่ควรใช้ยาแรงด้วยตัวเอง

 

Coal Tar

ยานี้นิยมใช้รักษาขุยของโรคสะเก็ดเงิน ยานี้ทำเป็นแชมพูรักษารังแคที่เกิดจาก โรคสะเก็ดเงินการใช้ tar อาจจะใช้ทา หรือร่วมกับการได้รับรังสี UV แต่ต้องระวังเนื่องจาก tar จะทำให้ผิวหนังไวต่อรังสีเกิดผิวไหม้ นอกจาก tar ยังเปลื้อนเสื้อผ้าน้ำมันดินให้ผลการ รักษาใกล้เคียงกับสเตียรอยด์แต่มีกลิ่นเหม็นและดูสกปรกเวลาใช้ จึงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน และเนื่องจากน้ำมันดินอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้จังไม่ควรใช้ทาบริเวณใบหน้า ข้อพับ และอวัยวะเพศ

 

Calcipotriene

Calcipotriene เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามิน ดีใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน ชนิดน้อยจนถึงปานกลาง ยานี้มีจำหน่ายในรูปครีม lotion กลไกยังไม่ทราบยานี้เหมาะ ใช้ร่วมกับยาอื่นเช่น steroid และรังสี อุลตราไวโอเลตultraviolet light B (UVB) ไม่แนะนำให้ใช้ที่หน้าเนื่องจากจะเกิดระคายเคือง และไม่ควรใช้ยานี้เป็นปริมาณมากยานี้เป็น ยาใหม่ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ในประเทศตะวันตก เนื่องจากให้ผลการรักษาดี รวดเร็วพอๆ กับสเตียรอยด์ระดับกลางแต่ไม่มีผลเสียเหมือนสเตียรอยด์ และไม่มีสีหรือกลิ่นเหมือนน้ำมันดิน และแอนทราลิน อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการระคายเคืองน้อยกว่าแอนทราลิน แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินดี 3 อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้บ้าง โดยเฉพาะเมื่อใช้ทาบริเวณใบหน้า ข้อพับ และอวัยวะเพศ จึงไม่ควรใช้ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีข้อจำกัด คือยายังมีราคาแพงมาก

 

Vitamin A

เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอทำเป็นยาทาในรูปเยลทาวันละครั้งใช้ได้ดีในโรคสะเก็ดเงิน ที่หนังศีรษะและเล็บ ยานี้จะใช้ร่วมกับยาทา steroid ยาอาจจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้น แดงก่อนที่ผื่นจะหายไปโดยมากยามีความเข็มข้น 0.1%และ0.05%

 

Anthralin

เป็นยาที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินมานานใช้กับโรคที่เป็นน้อยหรือปานกลางโดยอาจจะ ใช้ร่วมกับรังสี UV ในรายที่เป็นรุนแรงผลข้างเคียงของยาน้อยมากข้อเสียของยาคือ ระคายเคืองต่อผิวหนัง และเปื้อนเสื้อผ้าเป็นยาที่นิยมใช้มากที่สุด ชนิดหนึ่งในหลายประเทศทางยุโรปและอเมริกา เนื่องจากยาใช้ได้ผลดี และโรคกลับเป็นซ้ำได้น้อยเมื่อหยุดการรักษา ยาดังกล่าวมีข้อจำกัดอยู่ที่วิธี การใช้ยุ่งยากและมีผลข้างเคียง lesbian porn คืออาการระคายเคือง และทำให้ผิวหนังบริเวณ ที่ทายามีสีคล้ำขึ้น จึงไม่ควรใช้ทาบริเวณใบหน้า ข้อพับ และอวัยวะเพศ

 

Salicylic Acid

เป็นยาที่ใช้ละลายขุยทำให้ผิวหนังนุ่ม ลอกขุยออกได้ง่ายหลังจากละลายขุย จึงใช้ยาอื่นซึ่งจะทำให้ยาเข้าเนื้อเยื่อได้ดีขึ้น ยานี้มีความเข้มข้น 1.8-3%

 

Sunlight

แสงแดดโดยเฉพารังสี UVB จะทำให้โรคสะเก็ดเงินดีขึ้นโดยการอาบแดดประจำ ร่วมกับน้ำเกลือเรียกclimatotherapy แต่ต้องระวังผิวหนังไหม้จากแดดส่วนที่ ไม่เป็นโรคต้องทาครีมกันแสง

 

การรักษาอื่น

ต้องให้ผิวหนังบริเวณผื่นมีความชุ่มชื้นเพื่อลดอาการคันและลดการอักเสบของผิวหนัง ผิวหนังบริเวณที่เป็นโรคอาจจะแช่น้ำที่ผสม tar เพื่อให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าว นุ่มขุยลอกออกง่าย

 

 

ขั้นที่ 2 การใช้แสงรักษา Phototherapy

 

Ultraviolet milf porn Light B

การรักษานี้ใช้กับโรคสะเก็ดเงินที่เป็นปานกลางจนเป็นมากโดยการใช้รังสี Ultraviolet Light B (UVB)การรักษา ด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบี ใช้ได้ผลดีกับโรคสะเก็ดเงินที่เป็นมากหรือปานกลาง คือได้ผลประมาณ 80% ขึ้นไป ผลข้างเคียงที่พบค่อนข้างน้อยได้แก่ อาการคันและอาการแดงหรือไม้ของผิวหนัง อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของการรักษา ที่สำคัญคือการที่ผู้ป่วยต้องมารับการรักษาที่ โรงพยาบาลประมาณ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 2-3 เดือนติดต่อกัน หลังจากนั้นให้ทำ1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้โรคสงบ

 

PUVA

การรักษาวิธีนี้ใช้แสงรังสี ultraviolet light A หรือที่เรียกว่า PUVAร่วมกับการใช้ยา psoralen ซึ่งอาจจะกินหรือทาเพื่อช่วยให้ผิวหนังไวต่อแสง การรักษานี้จะทำให้ผิวหนังหายได้ร้อยละ 75 เนื่องมีผลข้างเคียงมาก ควรใช้ในรายที่ เป็นรุนแรงปานกลางจนถึงรุนแรงมากและการรักษาอื่นไม่ได้ผล เนื่องจากการรักษานี้ ทำให้ผิวหนังแก่เร็ว วและมีความเสี่ยงต่อมะเร็ง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะได้รับการฉายแสง รักษาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ประมาณ 20-30 ครั้ง ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 1สัปดาห์ และอาจให้การรักษาต่ออีกประมาณ 2-3 เดือน จะทำให้โอกาสการเกิดซ้ำลดลง อาการข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้, คัน และอาการแดง หรือไหม้ของผิวหนัง ซึ่งมักจะไม่รุนแรงจนทำให้ต้องหยุดการรักษา ผลข้างเคียงระยะยาวที่สำคัญได้แก่ มะเร็งผิวหนัง ซึ่งพบได้น้อยในคนไทยเนื่องจากคนไทยมีผิวสีคล้ำ

 

ขั้นที่3 การให้ยารับประทาน

 

Methotrexate

ยานี้เป็นยาที่นิยมใช้ในโรคสะเก็ดเงินที่เป็นรุนแรงโดยเฉพาะชนิด erythrodermic และ pustular โดยรับประทานหรือการฉีดอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากยานี้มีผลข้างเคียงคือคลื่นไส้ mom sex อาเจียน เบื่ออาหาร การได้ยาควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ยานี้ไม่ควรให้ในคนเจริญพันธ์ เป็นยาที่ได้ผลดีและราคาไม่แพง แต่มีผลข้างเคียงสูง จึงมักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่ปลอดภัยกว่า เช่น การฉายแสง เนื่องจาก เม็ทโทเทร็กเสดมีผลข้างเคียงหลายประการจึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังผลเสีย ที่อาจเกิดได้เป็นครั้งคราว โดยการตรวจเลือดก่อนการรักษา และหลังการรักษาทุกๆ 3-4 เดือน อาการข้างเคียงที่สำคัญได้แก่ ตับอับเสบและตับแข็ง

 

Oral Retinoids

ยานี้อยู่ในกลุ่มของวิตามิน เอ สามารถใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินที่เป็นรุนแรงโดยเฉพาะ pustular และ erythrodermic โดยต้องใช้ร่วมกับ ebony porn UVB and PUVA. และยังช่วยลดปริมาณยา และแสงที่ใช้จึงทำให้ ผลข้างเคียงจากการรักษาทั้งสองลดลง ผลข้างเคียงที่สำคัญได้แก่ ผิวแห้ง, ลอกเป็นขุย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้เกือบทุกรายที่รับประทานยา นอกจากนั้นยายังอาจทำให้ไขมันในเลือดสูง และตับอักเสบ ซึ่งถ้าหยุดการรักษาในระยะต้นๆ ก็จะกลับเป็นปกติได้ จึงควรตรวจเลือดทุกๆ 1-2 เดือน ยาดังกล่าวห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ เพราะจะทำให้ทารกที่เกิดมาพิการได้ เนื่องจากยาอยู่ในเลือดได้นานถึง 2 ปี หลังหยุดยา จึงจำเป็นต้องห้ามตั้งครรภ์ในผู้ป่วยที่รับประทานยาดังกล่าวอย่างน้อย 2 ปี หลังหยุดยา ถ้าใช้ยาเป็นเวลานานมากกว่า 1 ปีขึ้นไป อาจทำให้เกดกระดูกงอกได้ จึงต้องระวังโดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กยานี้ หากใช้ในคนท้องอาจจะทำให้เกิดพิการแต่กำเนิด และไม่ควรได้รับวิตามินเสริมโดยเฉพาะวิตามิน เอ

 

Cyclosporine

ยานี้กดภูมิคุ้มกัน ใช้ในโรคสะเก็ดเงินที่เป็นรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น ยานี้อาจจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงและเป็นพิษต่อไต ยาดังกล่าวใช้ได้ผลดีมาก โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง แต่เนื่องจากมีการเกิดซ้ำหลังหยุดยาได้สูง อีกทั้งมีผลข้างเคียงที่รุนแรงจึงจะใช้เมื่อการรักษาอื่นๆ ไม่ได้ผลแล้ว เช่น ยาทา, การฉายแสง และเอ็ดเทร็ดทีเนด ผลข้างเคียงที่สำคัญได้แก่ การเกิดความดันเลือดสูง ไตและตับอักเสบ ซึ่งถ้าหยุดยาในระยะต้นๆ อาจจะกลับเป็นปกติได้จึงจำเป็น ต้องตรวจเลือดเป็นประจำทุกเดือน

 

วิธีเลือกใช้ยาตามตำแหน่งของโรค

 

ผื่นที่ศีรษะ

โดยทั่วไปแล้วการใช้ยาทาพวกสเรียรอยด์ ในรูปของยาน้ำมักจะได้ผลดี และผลข้างเคียงน้อย วิธีใช้ควรทาวันละ 2 ครั้งจะได้ผลดีกว่าทาครั้งเดียว ในกรณีที่ผื่นตอบรับได้ดีต่อการรักษา การใช้หมวกอาบน้ำคลุมหลังทายาสเตียรอยด์ จะทำให้ผลของการรักษาดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้เป็นเวลานานเกิน 1 สัปดาห์ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ การใช้แชมพูกำจัดรังแคและน้ำมันดิน อาจช่วยให้การเกิดเป็นซ้ำช้าลงได้

 

ผื่นที่หน้า
เนื่องจากผิวที่ใบหน้าค่อนข้างบาง และเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย จึงควรงดการใช้ยาที่อาจทำให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น แอนทราลิน และวิตามินดี 3 ยาที่นิยมใช้และได้ผลดีคือ สเตียรอยด์ชนิดอ่อนๆการใช้ สเตียรอยด์ชนิดแรง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ง่าย จึงไม่ควรใช้เป็นเวลานาน

 

ผื่นที่เล็บ

โรคสะเก็ดเงินที่เลบเป็นตำแหน่งที่รักษายาก โดยทั่วไปตัวโรคมักไม่ ทำให้เกิดอาการอย่างไร ปัญหาที่สำคัญน่าจะเป็นเรื่องความสวยงามมากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องให้การรักษา แต่ถ้าต้องการจะรักษาอย่างจริงจัง การรักษาที่ดีที่สุดคือ การฉีดสเตียรอยด์ที่จมูกเล็บทุก 3-4 สัปดาห์ ประมาณ 4-6 ครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้  

 

 


 

ที่มา : 

เอกสารเผยแพร่ เครือโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล

-   http://www.siamhealth.net/public_html/Health/Photo_teaching/ psoriasis/therapy.htm

 

ภาพประกอบจาก :

http://www.magazine.ayurvediccure.com/symptoms-of-psoriatic-arthritis/

http://www.skinmagazine.co.uk/guttate_psoriasis_76

 

บทความอื่นๆ