ความดันโลหิตต่ำ PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

 

          โรคความดันโลหิตต่ำพบน้อยกว่าโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำมีอันตรายน้อยกว่าผู้ที่ความดันโลหิตสูง และมีการดำเนินชีวิตที่สบายกว่า ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตต่ำจะวัดได้ดังนี้ สำหรับชายและผู้หญิง

 

          Systolic Pressure 80-100 มม.ปรอท

          Diastolic Pressure 50-60 มม. ปรอท

 

 

สาเหตุ

 

          สาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำนั้น เกิดจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน คือ

 

                1. การลดลงของปริมาตรของเลือดในการหมุนเวียนของร่างกาย เช่น ในคนไข้ที่มีภาวะเสียเลือด เลือดจาง ภาวะการขาดน้ำ ขาดอาหาร หรือมีอาการอาเจียนและท้องเสียมากๆ จนทำให้ปริมาณน้ำในเลือดลดลง

 

                2. การปั๊มของหัวใจที่อ่อนแอลง โดยคนไข้ที่มีภาวะหัวใจวายหรือการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ celebrity sex tapes การรับประทานยาลดความดันโลหิตบางประเภทจนมีผลทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำได้

 

                3. การที่เส้นเลือดขยายตัวอย่างมาก ซึ่งเกิดจากการควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บของเนื้อสมองหรือไขประสาทสันหลัง หรืออาจเกิดภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรง ภาวะเป็นกรด ยาลดความดันโลหิตออกฤทธิ์ในการคลายเส้นเลือด รวมถึงการรักษาโดยการ block หลัง หรือการฉีดยาเพื่อให้ชาในการรักษาทางการแพทย์

 

           นอกจากนี้ในบางภาวะที่ทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ ซึ่งอาจจะเกิดจากการอยู่ท่ามกลางความร้อนนานๆ หรือการนอนนานๆ บนเตียง ในผู้หญิงตั้งครรภ์ ในคนสูงอายุเนื่องมาจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมไม่ดีเหมือนเดิม ภาวะเหล่านี้ทำให้เกิดอาการความดันโลหิตต่ำ เมื่อเราเปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่ายืนทันที ที่เรียกว่า Orthostatic hypotension เป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว บ่งชี้ว่าระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมความดันโลหิตปรับตัวค่อนข้างช้า พบในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาแล้ว

 

          ในผู้ที่มีเลือดน้อย เลือดจาง ผู้ที่ทานกลุ่มยาลดความดัน รวมถึงผู้ที่ทานกลุ่มยาทางจิตเวช เช่น ยาต้านเศร้า Neurocardiogenic Syncope ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ การทำงานของระบบประสาทพาราซินมากเกินไป ซึ่งความดันโลหิตลดลงในขณะที่อยู่ในท่ายืน พบบ่อยในคนไข้ที่มีความเครียดหรือกลัวมากๆ เช่น ในกลุ่มคนที่กลัวการเจาะเลือด จะมีอาการหน้ามืด ebony porn วิงเวียนศีรษะได้

 

 

อาการ

 

          ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตต่ำ มักไม่มีอาการอะไรมากนัก อาการสำคัญคือ จะมีอาการเวียนหัวง่าย เวลาลุกขึ้นยืนเร็วๆ เช่นเวลานั่งยองๆ แล้วลุกขึ้นยืน หรือกำลังนอนอยู่แล้วลุกขึ้นเร็วๆ จะเกิดอาการเวียนหัวเป็นครั้งคราวชั่วระยะหนึ่ง แล้วบางครั้งก็ดูปกติดีแต่ถ้าอดนอนหรือนอนไม่พอ ก็จะมีอาการเวียนหัวและอ่อนเพลียด้วย

 

          เมื่อเปลี่ยนจากท่านอนเป็นลุกขึ้นนั่งหรือยืน จะมีอาการหน้ามืดวิงเวียนจะเป็นลมเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ อาจมีคลื่นไส้ milf porn pics อาเจียน ตาพร่า ตาลายร่วมด้วย แต่สักครู่หนึ่งก็หายเป็นปกติ

 

          การวัดความดันโลหิต มักพบว่าความดันซิสโตลิก (ช่วงบน) ที่วัดในท่ายืนต่ำกว่าท่านอนมากกว่า 30 มิลลิเมตรปรอท เช่น ในท่านอนวัดได้ 130/80 แต่ในท่ายืนจะวัดได้ 90/60

 

 

ยารักษา

 

รักษาตามสาเหตุ

 

            - ถ้าไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจต้องตรวจเลือด ปัสสาวะ และอื่น ๆ ที่จำเป็น

            - ควรแนะนำให้ลุกขึ้นนั่งหรือยืนช้า ๆ อย่าลุกพรวดพราด เพื่อให้ร่างกายปรับตัว

            - ออกกำลังกายบ้าง เพื่อช่วยให้หัวใจแข็งแรง

            - ถ้ามีปัญหาเรื่องขาดอาหาร ก็ควรให้สารอาหารชดเชย เช่น

            - cartoon sex กรดโฟลิคจากน้ำผึ้งช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง

            - กรดอะมิโนในสาหร่ายเกลียวทองเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อผนังเส้นเลือดและระบบประสาทอัตโนมัติ

            - free lesbian sex วิตามิน เกลือแร่ ในว่านหางจระเข้ช่วยให้เกิดสมดุลของความดันโลหิต

            - วิตามินซี ช่วยในการดูดซึมแคลเซี่ยม ธาตุเหล็กและกระบวนการเมตาโบลิซึมของร่างกาย

            - วิตามินอีในเมล็ดทานตะวันช่วยลดการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มักจะเกิดภาวะความดันโลหิต่ำบ่อยๆ ควรเริ่มจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่เหมาะสม

 

            - ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออยู่เป็นประจำในแต่ละวัน

            - จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มในปริมาณมาก

            - ควรลุกยืนช้าๆ ไม่ควรรีบจนเกินไป ถ้านอนหรือนั่งนานควรจะลุกขึ้นช้าๆ โดยเฉพาะในคนสูงอายุ

            - การปรับยาที่ทานอยู่เป็นประจำที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ ขนาดของยาควรให้เหมาะสม นอกจากนี้ถ้ากรณีที่ตรวจพบว่ามีภาวะเกลือแร่ในร่างกายต่ำควรรับประทานเกลือให้มากขึ้น

            - การหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศร้อนนานๆ ก็มีส่วนช่วย

            - ในการรับประทานอาหารควรจะหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลในปริมาณสูง ทานให้น้อยแต่บ่อยขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะความดันโลหิตต่ำหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่

            - การออกกำลังกายเป็นประจำก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

 

            มีสิ่งที่ควรทราบประการหนึ่งสำหรับค่าวัดความดันโลหิตที่เป็นเกณฑ์นั้น ช่วง 90/50 ในบางครั้งสำหรับผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอยู่แล้ว เมื่อวัดค่าความดันโลหิตอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์นี้ก็เป็นได้ ถือเป็นภาวะปกติซึ่งไม่จำเป็นต้องทำการรักษาใดๆ

 

 

 

 

บทความอื่นๆ