ความดันโลหิตสูง PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

 

 

          ความดันโลหิต  เป็นแรงดันเลือดที่เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย  ซึ่งวัดได้   2 ค่า  คือ

      

                 - ความดันโลหิตค่าบน  คือ  แรงดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัว 

                 - ความดันโลหิตค่าล่าง  คือแรงดันโลหิตขณะที่หัวใจคลายตัว 

 

           ในคนปกติ  ความดันโลหิต ไม่ควรเกิน 130/85 มิลลิเมตรปรอท (จากการประชุมร่วมขององค์การอนามัยโลก และ International Society of Hypertension ปี 1999)

 

          ส่วนความรุนแรงของความดันโลหิตที่สูงนั้น  ให้พิจารณาจากค่าความดันตัวบนและความดันตัวล่างทั้งสองค่า  โดยถือระดับความดันโลหิตที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์  เช่น  ความดันโลหิต 150/110 มิลลิเมตรปรอท  ความดันตัวบน 150 มิลลิเมตรปรอท จะอยู่ในระดับอ่อน  แต่ความดันตัวล่าง 110 มิลลิเมตรปรอท จะอยู่ในระดับรุนแรง  ดังนั้น ผู้ป่วยรายนี้ก็ต้องจัดอยู่ในกลุ่มความดันโลหิตสูงระดับรุนแรง เป็นต้น

 

 

ตาราง แสดงความดันโลหิตสูงในระดับต่าง ๆ ซึ่งแบ่งตามความรุนแรงในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

 

ระดับความดันโลหิต

ความดันตัวบน
(มม.ปรอท)

ความดันตัวล่าง
(มม.ปรอท)

ระดับ 1 ความดันโลหิตสูงอย่างอ่อน

140-159

90-99

ระดับ 2 ความดันโลหิตสูงปานกลาง

160-179

100-109

ระดับ 3 ความดันโลหิตสูงรุนแรง

>180

>109

ความดันโลหิตสูงเฉพาะตัวบน

>140

<90

 

 

สาเหตุ

 

          1. ส่วนใหญ่ (กว่า 90%) ไม่ทราบสาเหตุ คือ ตรวจไม่พบความผิดปกติของร่างกายที่เป็นต้นเหตุของความดันสูง เรียกว่า ความดันสูงไม่ทราบสาเหตุ (Essential hypertension หรือ Primary hypertension)

 

           แต่อย่างไรก็ตามมักพบว่าปัจจัยทางกรรมพันธุ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค กล่าวคือ มักจะมีพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวเดียวกันเป็นโรคนี้ด้วย

 

          นอกจากนี้ ความอ้วน อารมณ์เครียด การกินอาหารเค็มจัด และการสูบบุหรี่จัด ก็อาจเป็นปัจจัยเสริมของโรคนี้

 

          ผู้ป่วยพวกนี้มักจะเริ่มเป็นเมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี และก่อนอายุ 55 ปี

 

           2. ส่วนน้อย (ต่ำกว่า 10%) อาจพบสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าพบในคนอายุต่ำกว่า 30 ปี หรือมากกว่า 55 ปี เรียกว่า ความดันสูงชนิดมีสาเหตุ (Secondary hypertension)

 

สาเหตุที่อาจพบได้มีหลายอย่างเช่น

 

                2.1 ได้รับยาบางประเภท เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตอรอยด์ (ย12) แอดรีนาลีน (ย11) เป็นต้น

                2.2 ความดันสูงในหญิงตั้งครรภ์ (ดูโรคที่ 155 ครรภ์เป็นพิษ)

                2.3 โรคไต เช่น หน่วยไตอักเสบ (136), กรวยไตอักเสบเรื้อรัง (137), ไตวายเรื้อรัง (134), หลอดเลือดเลี้ยงไตตีบตัว (renal artery stenosis) ซึ่งมักได้ยินเสียงฟู่ (bruit) ที่หน้าท้อง, วัณโรคของไต, เนื้องอกของไต เป็นต้น

                2.4 หลอดเลือดแดงใหญ่ตีบตัว (Coarctation of aorta), ลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว (Aortic insufficiency) ซึ่งมักจะทำให้ความดันช่วงบนสูงเพียงอย่างเดียว ส่วนความดันช่วงล่างเป็นปกติ

                2.5 โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น คอพอกเป็นพิษ (121) มักจะทำให้ความดันช่วงบนสูงเพียงอย่างเดียว, โรคคุชชิง (125), เนื้องอกของต่อมหมวกไตชนิดที่เรียกว่า ฟีโอโครโมไซโตมา (Pheochromocytoma ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ ใจสั่น เหงื่อออก หน้ามืด เป็นลม น้ำหนักลดร่วมด้วย), เบาหวาน (117) เป็นต้น

                2.6 ภาวะที่ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เช่น ไข้ซีด หลังออกกำลังกายใหม่ๆ อารมณ์เครียด (เช่น โกรธ ตื่นเต้น) เป็นต้น ซึ่งมักจะทำให้ความดันช่วงบนสูงเพียงอย่างเดียว

                2.7 ภาวะผนังหลอดเลือดแดงใหญ่แข็งตัว (atherosclerosis) มักจะทำให้ความดันช่วงบนสูงเพียงอย่างเดียว พบในคนสูงอายุ ยังไม่มียาที่ใช้รักษาที่ได้ผลดี การใช้ยาลดความดันโดยตรง อาจมีผลเสียมากกว่าผลดี หากจำเป็น

 

 

อาการ

 

          ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแต่อย่างใด ซึ่งมักจะตรวจพบโดยบังเอิญขณะไปให้แพทย์ตรวจรักษาด้วยปัญหาอื่น

 

          ส่วนน้อยอาจมีอาการปวดมึนท้ายทอย ตึงที่ต้นคอ lesbian porn videos วิงเวียน มักจะเป็นเวลาตื่นนอนใหม่ ๆ พอตอนสายจะทุเลาไปเอง

 

          บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะตุบ ๆ แบบไมเกรนได้

 

           ในรายที่เป็นมานาน ๆ หรือความดันสูงมาก ๆ อาจมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น นอนไม่หลับ มือเท้าชา ตามัว หรือมีเลือดกำเดาไหล

เมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจแสดงอาการของภาวะแทรกซ้อน เช่น เจ็บหน้าอก บวม หอบ เหนื่อย แขนขาเป็นอัมพาต เป็นต้น สิ่งตรวจพบจะตรวจพบความดันโลหิตช่วงบนสูงกว่า 160 มิลลิเมตรปรอท หรือช่วงล่างสูงกว่า 95 มิลลิเมตรปรอท หรือสูงทั้งช่วงบนและช่วงล่างนอกจากนั้นมักไม่พบสิ่งผิดปกติอื่น ๆ ยกเว้นในบางรายที่เป็นความดันสูงชนิดมีสาเหตุ อาจพบอาการของโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น พบน้ำตาลในปัสสาวะในผู้ป่วยเบาหวาน, ชีพจรที่ขาหนีบคลำไม่ได้หรือเต้นอ่อน ๆ ในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดแดงใหญ่ตีบตัว, ใช้เครื่องฟังได้ยินเสียงฟู่ (bruit) ที่หน้าท้องตรงบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือซ้ายในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดเลี้ยงไตตีบตัว, ได้ยินเสียงฟู่ (murmur) ตรงลิ้นหัวใจเอออร์ติก ในผู้ป่วยที่มีลิ้นหัวใจเออร์ติกรั่วเป็นต้น

 

อาการแทรกซ้อน

 

           ถ้าหากไม่ได้รับการรักษา มักจะเกิดความผิดปกติของอวัยวะที่สำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ไต ประสาทตา เป็นต้น เนื่องจากความดันโลหิตสูง จะทำให้หลอดเลือดแดงแทบทุกส่วนของร่างกายเสื่อม (เกิดภาวะผนังหลอดเลือดแดงเข็งแรง) หลอดเลือดตีบตับ เลือดไปเลี้ยงอวัยวะไม่ได้

 

ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่

 

           1. หัวใจ จะทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายโต จนกระทั่งเกิดภาวะหัวใจวาย ซึ่งจะมีอาการบวม หอบเหนื่อย และนอนราบไม่ได้

นอกจากนี้ ยังอาจทำให้หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันกลายเป็นโรคหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอกถ้ารุนแรงถึงกับเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจวาย

 

           2. สมอง อาจเกิดภาวะหลอดเลือดในสมองตีบตันหรือแตกกลายเป็นโรคอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย ในรายที่มีเส้นโลหิตฝอยในสมองส่วนสำคัญแตก ก็อาจตายได้อย่างรวดเร็ว

 

           ถ้าเป็นเรื้อรัง บางคนอาจกลายเป็นโรคความจำเสื่อม สมาธิลดลง

ในรายที่มีความดันสูงรุนแรง ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาจทำให้เกิดอาการชัก หรือหมดสติได้

 

           3. ไต อาจเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง เนื่องจากหลอดเลือดแดงเสื่อม เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ ไตที่วายจะยิ่งทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น กลายเป็นวงจรที่เลวร้าย การตรวจปัสสาวะจะพบไข่ขาวตั้งแต่ 2+ ขึ้นไป การเจาะเลือดตรวจดูการทำงานของไต โดยดูการคั่งของของเสีย (เช่น BUN, creatinine) จะช่วยวินิจฉัยภาวะไตวายได้

 

           4. ตา จะเกิดภาวะเสื่อมของหลอดเลือดแดงภายใน ลูกตาอย่างช้า ๆ ในระยะแรกหลอดเลือดจะตีบตัน ต่อมาอาจแตกมีเลือดออกที่จอตา (เรตินา) ทำให้ประสาทตาเสื่อม ตามัวลงเรื่อย ๆ จนตาบอดได้ ซึ่งสามารถให้เครื่องส่องตา (ophthalmoscope) ตรวจดูความผิดปกติภายในลูกตา

 

 

ยารักษา

 

          การรักษาความดันโลหิตสูง มีแนวทางของการรักษาจำแนกตามชนิดของความดันโลหิตสูง คือ

 

           1. ความดันเลือดสูงที่ทราบสาเหตุ

 

           ความดันโลหิตสูงชนิดนี้ให้การรักษาโดยการแก้ไขที่สาเหตุ เช่น การทำการผ่าตัด หรือการหยุดใช้ยาที่เป็นสาเหตุทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เมื่อกำจัดต้นเหตุได้แล้วความดันเลือดก็จะกลับสู่ระดับปกติ ยกเว้นในบางกรณี

 

          2. ความดันโลหิตสูงที่ไม่ทราบสาเหตุ

 

            ความดันโลหิตสูงชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุนี้พบได้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเป็นส่วนใหญ่เป้าหมาย ของการรักษาคือ เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและการตาย (morbidity และ mortality) ที่จะเกิดขึ้นจากภาวะความดันโลหิตสูง เช่น stroke, coronary heart disease, congestive heart failure, renal dysfunction เป็นต้น

 

 

การรักษาความดันโลหิตสูงแบ่งได้เป็น 2 หลักใหญ่ ๆ คือ

 

            1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา

               - การควบคุมน้ำหนัก milf porn การจำกัดอาหารและการออกกำลังกาย

               - การจำกัดปริมาณเกลือ ให้น้อยกว่า 2 gm/ วัน

               - การเสริมด้วยแร่ธาตุ เช่น Calcium, Magnesium และ Fish oil

 

           2. ebony porn pics การรักษาโดยการใช้ยา

               ยาหลักที่เป็นยาลดความดันโลหิตสูง คือยาในกลุ่ม A B C D

               - A คือ ACEI,ARB

               - B คือ Beta-blockers

               - C คือ Calcium Channel Blocker

               - D คือ Diuretic

 

               ยาในกลุ่มรอง หมายถึงนำมาใช้ลดความดันโลหิตสูงในบางกรณี free cartoon porn ได้แก่

               - Alpha-blocker

               - Central acting

               - Direct vasodilator

 

 

 

 
 

บทความอื่นๆ