โรคริดสีดวงตา PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

 

 

            ริดสีดวงตา เป็นโรคตาอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยในบ้านเรา พบมากทางภาคอีสาน และในที่ ๆ แห้งแล้ง กันดารมีฝุ่นมาก และมีแมลงหวี่ แมลงวันชุกชุม พบได้ในคนทุกวัย แต่จะพบมากในเด็กวัยก่อนเรียนที่พ่อแม่ปล่อยให้เล่นสกปรกทั้งวัน  การอักเสบจะเป็นเรื้อรังเป็นแรมเดือนแรมปี และอาจติดเชื้ออักเสบซ้ำ ๆ หลายครั้ง เนื่องจากภูมิต้านทานต่อโรคนี้ มักมีอยู่เพียงชั่วคราวโรคนี้ในบ้านเราถือเป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้คนตาบอด

 

 

สาเหตุ

 

          เกิดจากการติดเชื้อริดสีดวงตาที่มีชื่อว่า คลามีเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis) ซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างไวรัสกับแบคทีเรีย ติดต่อโดยการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง ทำให้เชื้อจากคนที่เป็นโรคแพร่ไปเข้าตาของอีกคนหนึ่ง บางครั้งอาจติดต่อผ่านทางผ้าเช็ดตัว เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมกัน หรือผ่านทางแมลงหวี่แมลงวันที่มาตอมตา นำเชื้อจากคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่ง การติดต่อมักจะต้องอยู่ใกล้ชิดกันนานๆ จึงมักพบเป็นพร้อมกันหลายคนในครอบครัวเดียวกัน  เชื้อนี้จะเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อบุตาขาวและกระจกตา (ตาดำ) ระยะฟักตัว 5-12 วัน

 

 

 

 

อาการ

 

แบ่งออกเป็น 4 ระยะได้แก่

 

          1. ระยะแรกเริ่ม มี อาการเคืองตา คันตา น้ำตาไหลตาแดงเล็กน้อยและอาจมีขี้ตา ซึ่งมักจะเป็นที่ตาทั้งสองข้าง อาการจะคล้ายกับเยื่อบุตาอักเสบจากเชื้ออื่น ๆ จนบางครั้งแยกกันไม่ออก แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าพบว่ามีอาการเรื้อรังนาน 1-2 เดือน และอยู่ในท้องถิ่นที่มีโรคนี้ชุกชุม หรือมีคนในบ้านเป็นโรคนี้อยู่ก่อน ก็อาจให้การรักษาแบบโรคริดสีดวงตาไปเลย ถึงแม้ไม่ได้รักษาในระยะนี้บางคนอาจ

หายได้เองแต่บางคนอาจเข้าสู่ระยะที่ 2

 

          2. ระยะที่เป็นริดสีดวงแน่นอนแล้ว การอักเสบจะลดน้อยลง ผู้ป่วยจะมีอาการต่าง ๆ ลดลงกว่าระยะที่ 1 แต่ถ้าพลิกเปลือกตาดูจะพบเยื่อบุตาหนาขึ้น และเห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ที่เยื่อบุตาบน (ด้านในของผนังตาบน) นอกจากนี้จะพบว่ามีแผ่นเยื่อบางๆ ออกสีเทา ๆ ที่ส่วนบนสุดของตาดำ (กระจกตา) ซึ่งจะมีเส้นเลือดฝอยวิ่งเข้าไปในตาดำ แผ่นเยื่อสีเทาซึ่งมีเส้นเลือดฝอยอยู่ด้วยนี้ เรียกว่า แพนนัส (pannus) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ (เยื่อตาขาวอักเสบจากการแพ้ อาจมีตุ่มเล็ก ๆ ที่เยื่อบุเปลือกตา แต่จะไม่มีแพนนัสที่ตาดำ) ระยะนี้อาจเป็นอยู่นานเป็นเดือน ๆ หรือปี ๆ

 

          3. ระยะเริ่มแผลเป็น ระยะนี้อาการเคืองตาลดน้อยลง black sex จนแทบไม่มีอาการอะไรเลย ตุ่มเล็กๆ ที่เยื่อบุเปลือกตาบนเริ่มค่อย ๆ ยุบหายไป แต่จะมีพังผืดแทนที่กลายเป็นแผลเป็น ส่วนแพนนัสที่ตาดำยังคงปรากฏให้เห็นระยะนี้อาจกินเวลเป็นปี ๆ เช่นกัน การใช้ยารักษาในระยะนี้ไม่ค่อยได้ผล

 

          cartoon porn pics 4. ระยะของการหายและเป็นแผลเป็น ระยะนี้เชื้อจะหมดไปเองแม้จะไม่ได้รับการรักษา แพนนัสจะค่อยๆ หายไป แต่จะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น ที่พบได้ คือ แผลเป็นที่เปลือกตา ทำให้ขนตาเกเข้าไปตำถูกตาดำ เกิดเป็นแผลทำให้สายตามืดมัว และแผลเป็น อาจอุดกั้นท่อน้ำตา ทำให้น้ำตาไหลตลอดเวลา หรือไม่อาจทำให้ต่อมน้ำตาไม่ทำงาน ทำให้ตาแห้ง นอกจากนี้ อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ตาดำเป็นแผลเป็นมากขึ้น จนในที่สุด ทำให้ตาบอดแต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นรุนแรงทุกคน บางคนเป็นแล้ว อาจหายได้เองในระยะแรก ๆ ส่วนคนที่มีภาวะแทรกซ้อน มักจะมีการติดเชื้ออักเสบบ่อย ๆ ประกอบกับมีปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น การติดเชื้อ แบคทีเรียซ้ำเติม ขาดอาหาร ขาดวิตามิน เป็นต้น

 

 

ยารักษา

 

          1. หากสงสัยเป็นริดสีดวงตา ให้กินเตตราไซคลีน  หรืออีริโทรไมซิน และใช้ยาป้ายตาเตตราไซคลีน (ย25.9) วันละ 4 ครั้ง นาน 14 วันถ้าไม่ดีขึ้นควรส่งโรงพยาบาล

 

          2. ถ้าดีขึ้น อาจให้การรักษาแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้

 

                  2.1 ใช้ยาป้ายตาเตตราไซคลีน วันละ 4 milf porn ครั้งติดต่อกันทุกวันไปจนครบ 6 สัปดาห์ หรือ

                  2.2 ใช้ยาป้ายตา โดยเว้นช่วงเป็นพัก ๆ กล่าวคือ ป้ายตาทุก ๆ เดือน เดือนละ 5 วัน ติดต่อกัน วันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น แล้วเว้นไปจนครบรอบ lesbian videos 1 เดือน จึงป้ายใหม่ เช่น ถ้าเดือนแรกป้ายตาวันที่ 6 ถึงวันที่ 10  ต่อไปทุก ๆ เดือน ก็ป้ายตาในที่ 6 ถึง 10 เป็นต้น ทำเป็น เวลา 6 เดือน

 

          3. ถ้ามีภาวะแทรกซ้อน ควรส่งโรงพยาบาล อาจต้องผ่าตัดแก้ไขเปลือกตาที่เป็นแผลเป็น อันเป็นต้นเหตุของภาวะแทรกซ้อนในรายที่เป็นแผลเป็นที่กระจกตา (cornea) อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา

 

 

 

 

บทความอื่นๆ