โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

 

 

 

สาเหตุ

 

          1. สาเหตุนำ คือเรื่องกรรมพันธุ์ ถ้ามีพ่อแม่ญาติพี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคกลุ่มนี้ได้มากกว่าคนอื่น

 

          2. สาเหตุโดยตรง คือสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเป็นสารที่อยู่รอบๆ ตัวเราซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางหายใจ ทางการกินหรือทางสัมผัส จากการศึกษาพบว่า สารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการบ่อยที่สุดคือ ไรในฝุ่น ฝุ่นบ้าน ที่พบรองๆ ลงมาคือเชื้อรา ละอองเกสรหญ้ามูลและเศษชิ้นส่วนของแมลง ฝุ่น ขนและรังแคสัตว์เลี้ยง จริงๆ แล้วสารก่อภูมิแพ้ได้มากมายรอบๆ ตัวเราและบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับอาชีพการงาน เช่น แพ้ผงซักฟอก หมึกพิมพ์ ดังนั้นผู้ป่วยควรเป็นคนช่างสังเกตเพื่อหาสาเหตุของตนเอง ทั้งเรื่องของกรรมพันธุ์และสารก่อภูมิแพ้ต่างทำให้เกิดโรคภูมิแพ้อากาศได้ เพราะว่าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนตัวหนึ่งคือ อิมมูโนโกลบูลิน-อี ซึ่งถ้าใครมีโปรตีนตัวนี้มาก โอกาสที่จะเกิดเป็นโรคแพ้อากาสก็จะสูง

 

          3. สาเหตุส่งเสริม มีสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้ แต่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเกิดขึ้นได้ หรือถ้ามีอาการอยู่แล้วจะทำให้เป็นมากขึ้นได้ เช่น

               - สารระคายเคืองต่อจมูกโดยตรง เช่น ควันไฟ ควันท่อไอเสีย ควันบุหรี่ กลิ่นฉุนๆ

               - การเปลี่ยนแปลงอากาศ เช่น ฝนตก อากาศร้อนจัด หรือเย็นจัด

               - ร่างกายอ่อนเพลีย อดนอน มีโรคติดเชื้อเช่น ไข้หวัด เจ็บคอ

 

 

อาการ

 

          - ผู้ป่วยจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย คันในจมูก, ลำคอ และมีเสมหะไหลลงคอ โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นตลอดปี หรือเพียงบางฤดูกาลก็ได้

 

          - ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการเฉพาะบางเวลา เช่น ตอนเช้า หรือกลางคืน ประมาณวันละ 1 / 2 ชั่วโมง

 

          - นอกจากนี้บางรายอาจมีอาการทางตา เช่น คันตา เคืองตา ตาบวม น้ำตาไหล อันเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุภายในตา ที่เรียกว่า Allergic rhinoconjunctivitis

 

          - ในผู้ป่วยบางรายที่มีโรคแทรกซ้อน อาจมีการรับกลิ่นเสียไป หูอื้อ ปวดศรีษะ ปวดบริเวณไซนัส

 

          - อาการปวดศรีษะ ปวดบริเวณไซนัส และไซนัสอักเสบพบได้บ่อยในผู้ป่วยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

 

          - ไซนัส คือ โพรงอากาศที่อยู่ในกระดูกบริเวณใกล้จมูกมีส่วนท่อต่อกับจมูก ทำให้อากาศผ่านเข้าออกได้ เมื่อเยื่อบุภายในจมูกบวมอักเสบ ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทำให้ท่อต่อนี้อุดตันทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณไซนัส และมีโอกาสเป็นโรคไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้น

 

          - ดังนั้น หากเราสามารถรักษาและป้องกันโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคไซนัสอักเสบได้อย่างเหมาะสม จะทำให้โรคไซนัสอักเสบบรรเทาลง

 

 

ยารักษา

 

          ยาที่ใช้รักษาโรคมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม

 

          - ยากิน ยาแก้แพ้หรือยาแอนตี้ฮีตามีน mature porn รุ่นเก่า ตัวอย่างในยาหลุ่มนี้ เช่น คลอเฟนนิรามีน เป็นยาราคาถูก ได้ผลค่อนข้างดี แต่ข้อเสียคือ ทำให้ง่วง ปากแห้ง คอแห้ง

 

           - ยาแอนตี้ฮีสตามีนรุ่นใหม่ ข้อดีของยานี้คือ ไม่ทำให้อาการง่วงซึม ไม่มีปากคอแห้ง ออกฤทธิ์ได้นาน 12-24 ชั่วโมง cartoon porn pics (ทำให้กินวันละ 1-2 ครั้ง) แต่ข้อเสียของยากลุ่มนี้คือ มีราคาแพงกว่า และยารุ่นแรกๆ ในกลุ่มนี้บางตัวอาจทำให้หัวใจเต้นปกติได้ ซึ่งควรระวังในคนไข้ที่มีอายุมาก มีปัญหาโรคตับ หรือต้องรับประทานร่วมกับยาอื่นบางตัว โดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อรา ยาปฏิชีวนะกลุ่มอิรอโทรมัยชิน แต่ในปัจจุบันยารุ่นใหม่ในกลุ่มนี้ไม่มีข้อเสียดังกล่าว

 

           - ยาลดอาการคัดจมูก จะช่วยลดอาการบวมของเยื่อจมูก ทำให้หายใจโล่ง แต่มีผลข้างเคียงได้ในบางคนเช่น ทำให้ใจสั่น จึงควรระวังในคนไข้โรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง

 

           - ยาพ่นจมูก มี 3 กลุ่มคือ

 

              ยาพ่นแก้แพ้ (แอนตี้ฮีสตามีน) ออกฤทธิ์โดยสัมผัสกับเนื้อเยื่อจมูกโดยตรง ออกฤทธิ์เร็วและอยู่ได้นาน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยจะได้ผลดีเฉพาะอาการจาม คันจมูกน้ำมูกใส แต่ไม่ได้ผลกับอาการคัดจมูก

 

              ยาพ่นกลุ่มสเตอรอยด์ ช่วยลดอาการแพ้อากาศได้ดี black porn สามารถใช้ติดต่อกันได้นาน มีความปลอดภัยสูง เพราะดูดซึมเข้าร่างกายน้อยมากแต่ผลข้างเคียงที่อาจมีเลือดออกจมูก

 

              ยาพ่นแก้คัดจมูก ใช้พ่นเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก ได้ผลเร็วแต่ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 1 สัปดาห์ เพราะจะทำให้ดื้อยา lesbian videos (ต้องใช้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพ่นยิ่งคัดจมูกมากขึ้น)

 

 

การรักษาโดยการทดสอบภูมิแพ้และฉีดวัคซีน จะใช้วิธีนี้เมื่อ

 

          - คนไข้มีอาการมาก หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ไม่ได้

          - มีอาการมานาน หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้แล้ว ยังมีอาการ ต้องใช้ยาช่วยอยู่เสมอ

          - ไม่สามารถควบคุมอาการด้วยยากินหรือยาพ่นจมูก

 

          ปัจจุบัน กำลังเริ่มมีการทดลองใช้วัคซีนภูมิแพ้ โดยให้เป็นในรูป อมใต้ลิ้น หรือพ่นเข้าจมูกแทนวิธีฉีด ซึ่งพบว่าได้ผลดีพอสมควร

 

 

 

 

บทความอื่นๆ