โรคไมเกรน PDF พิมพ์ อีเมล
Share

 

 

สาเหตุ

 

          จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงของ ไมเกรน แต่บางท่านเชื่อว่าน่าจะมาจากมีสารบางอย่างจากเส้นประสาทในสมองไปทำให้เส้นเลือดแดงในสมองเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ และการปล่อยสารบางอย่างจากเส้นประสาทในสมองออกมาเป็นเหตุให้เกิดอาการปวด ซึ่งน่าจะมีเหตุมาจาก

          - อาการเครียด

mature porn            - อดนอนรือนอนมากเกินไป

           - การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ

           - เจอกับแสงจ้า

           - ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่

           - สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า

           - อาการขาด คาเฟอีน

           - กลิ่นเหม็น

           - ช่วงมีประจำเดือน

           - รับประทานยาขยายหลอดเลือด

           - ทานอาหาร ที่มีส่วนผสมของสาร เอมีน ไนไตร และไทรามีน เช่น อาหารพวก เบคอน ฮ๊อทดอกไทรามีน เช่น ไวน์แดง เปปเปอโรนี่ ชีส เนย พิซซ่า ช๊อคโกแลต กล้วยหอม ผงชูรส

 

อาการ

 

           - ปวดศีรษะ ปวดตุ๊บๆแถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆอาจจะปวดข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง

           - ปวดศีรษะมากจนอาจกระทบต่อกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในแต่ละวัน จะปวดในช่วง 4-72 ชั่วโมง

           - คลื่นไส้อาเจียน

           - เบื่ออาหาร

           - มักจะปวดเมื่อพบกับสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า เย็นหรือร้อนจัด เสียงดัง

           - อาจจะมีอาการนำ ที่เรียกว่า Aura คือจะอาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว อาการชา

 

อาการที่ไม่น่าจะใช้ ไมเกรน ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการ

 

           - ผู้ป่วยสูงอายุ (อายุมากกว่า 50 ปี)

           - มีอาการปวดศีรษะปวดขึ้นทันทีทันใด โดยมากเกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก

           - อาการปวดศีรษะเป็นบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้นนานขึ้น

           - อาการปวดศีรษะที่พบร่วมกับ ไข้ คอแข็ง ผื่น

           -  มีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย เช่น ชัก อ่อนแรงของแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง

 

ยารักษา

 

          ถ้าหากเป็นไม่มากและนานๆ เป็นที ก็ซื้อยาแก้ปวดพวก แอสไพริน พาราเซตามอล ไอบูโปรเฟน รับประทานจะบรรเทาอาการได้ใน 30-60 นาที หรือในบางรายที่อาการรุนแรงอาจจะต้องใช้ แอสไพรินร่วมกับพาราเซตามอล

 

          คนที่เป็นบ่อย (มากกว่า 2 ครั้งต่อเดือน) ยาส่วนใหญ่จะเป็นยาที่ใช้เพื่อลดการเกิดและเบาเทาอาการ ไมเกรน เช่น ยากลุ่ม beta-blockers ยากลุ่ม antidepressants ยากลุ่ม Calcium Channel blocker และยาสำหรับอาการไมเกรนโดยเฉพาะ เช่น sumatriptan นอกจากนี้อาจจะต้องพิจารณายาที่จะแก้ไขสำหรับอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาการปวดร่วมด้วย

 

          ยาต่างๆ ที่ใช้มักมีจุดประสงค์เพื่อรักษาและลดการเกิดอาการที่รุนแรงของ ไมเกรน แต่ในผู้ป่วยบางรายก็อาจจะมีอาการข้างเคียงยาที่รับประทาน จึงมีบางสถานพยาบาลแนะนำให้ให้ใช้การรักษาทางเลือกอื่นร่วมด้วย เช่น การฝังเข็ม aromatherapy ฯลฯ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใดร่วมด้วยก็ตาม ไม่ควรหยุดยาเพื่อรักษาอาการไมเกรนชนิดใดๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน และทางที่ดีก่อนจะใช้โปรแกรมทางเลือกใดๆ ในการรักษาอาการ ไมเกรน ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อน

 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

          แคลซียม และแมกนีเซียม จะช่วยให้บำรุงเส้นเลือดให้แข็งแรง จึงควรที่จะรับประทานสม่ำเสมอ สำหรับคนที่มีอาการ ไมเกรน จะช่วยให้ลดความรุนแรงและความถี่ของการเกิด

 

          Feverfew ก็เป็นพืชที่มีการรายงานว่าสามารถลดอาการอักเสบและอาการปวดจาก ไมเกรน ได้ดี 5-HTP (5-hydroxytryptophan) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ กรดอมิโน ก็ช่วยเพิ่มระดับ เซอโรโตนินในสมอง จึงทำให้ลดการเกิด ไมเกรน ได้ดี แต่ก็ต้องรับประทานติดต่อกันจึงจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดอาการ ไมเกรน สำหรับ 5-HTP ต้องระมัดระวังหากรับประทานร่วมกับยากลุ่ม antidepressant ที่เรียกว่า lesbian videos SSRI

 

          วิตามินบี ก็มีรายงานว่าสามารถช่วยในรายที่มีอาการ ไมเกรน บ่อยได้

 

การบรรเทาอาการไมเกรนด้วยตนเอง

 

celebrity porn black booty            -  ใช้ก้อนน้ำแข็ง hot milfs หรือกระเป๋าน้ำแข็งปะคบที่ศีรษะ เพื่อช่วยให้เส้นเลือดหดตัวลงและบรรเทาอาการปวด

           -  นอนพักในห้องที่เงียบและมืด

           -  การนวดด้วยกลิ่นหอม ก็จะช่วยผ่อนคลายได้ ส่งผลให้อาการ ไมเกรน บรรเทาลง

           -  จดบันทึกอาการที่เกิดขึ้น เช่น วันเวลา ระยะเวลาที่ปวด อาการอื่นที่เกิดร่วมด้วย ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิด เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงสาเหตุนั้นๆ เช่น แสง เสียงที่รบกวน รอบเดือน (ในผู้หญิง) แสง อาหารที่รับประทาน และ อื่นๆ

           -  คอยสังเกตอาการก่อนเริ่มมีอาการปวด เช่น อาการหิว ง่วงนอน อ่อนเพลีย แสง เสียงที่รบกวน

           -  งดอาหารบางชนิดที่อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการ เช่น ผงชูรส พิซซ่า ชีส เหล้า กาแฟ เนย ช๊อกโกแลต เป็นต้น

           -  พยายามพักผ่อนให้พอเพียง หลีกการอดนอน

           -  การรับประทานอาการพวกปลาซึ่งจะมีสารอาหาร Omega-3 ก็จะทำให้ลดการเกิดอาการ ไมเกรน ได้

           -  การออกกำลังกายก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการ ไมเกรน ได้เช่นกัน

           -  คนที่มีอาการบ่อยๆ แนะนำให้ให้พกยาติดตัวไว้อย่างน้อย 1 ชุดเสมอ

 

 

 

บทความอื่นๆ