ข้อบังคับของสมาคมร้านขายยา
ข้อบังคับสมาคมร้านขายยา PDF พิมพ์ อีเมล

 

หมวดที่ 1

บทความทั่วไป

  

          ข้อ 1. สมาคมนี้มีชื่อว่า “สมาคมร้านขายยา” เรียกชื่อเป็นภาษาจีนว่า “ไท้ก๊กเอียะเซียงกงหวย” เขียนชื่อเป็นภาษาจีนว่า “                                           ” เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ไทยฟาร์มาซิส แอสโซซิเอชั่น” เขียนชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “THAI PHARMACIES ASSOCIATION” คำว่าสมาคมต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “สมาคมร้านขายยา”

 

           ข้อ 2. สำนักงานของสมาคมนี้ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 166 (74) ถนนประชาธิปก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600 โทร. 0-2465-1876, 0-2465-8716, 0-2465-8707 โทรสาร 0-2890-0922

  

          ข้อ 3. ตราของสมาคม มีเครื่องหมายเป็นรูปลักษณะคล้ายมือสองข้าง โดยมีเม็ดยาอยู่ระหว่างอุ้งมือทั้งสองมีชื่อสมาคมภาษาไทย, จีน และอังกฤษ อยู่ด้านบนเม็ดยา

  

  

 

 

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์

 

  

          ข้อ 4. สมาคมนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

 

  

          4.1 ส่งเสริมการประกอบอาชีพร้านขายยาของสมาชิกให้มีความมั่นคงและปลอดภัย

          4.2 สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบอาชีพของสมาชิก สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้ายา ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่ออำนวยประโยชน์แก่การประกอบการของสมาชิกและเศรษฐกิจของประเทศ

          4.3 ประสานความสามัคคีและแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกันในทางวิชาการ ข่าวสารการค้า เพิ่มพูนความรู้แก่สมาชิก ตลอดจนการวิจัย หรือสัมมนาเกี่ยวกับธุรกิจการค้ายาในรูปแบบต่างๆ

          4.4 ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติ เพื่อให้การประกอบอาชีพของสมาชิกได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย

          4.5 ส่งเสริมพลานามัย กีฬา พัฒนาจิตใจ และจัดงานบันเทิงเพื่อการกุศล และพักผ่อนเป็นครั้งคราว

          4.6 ส่งเสริมการค้ายารักษาโรคให้อยู่ในมาตรฐานที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของทางราชการ

          4.7 ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกในการประกอบอาชีพ

          4.8   ร่วมมือกับสมาคมยาอื่นหรือหน่วยงานอื่นซึ่งมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกัน

          4.9 ให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิก ในด้านสวัสดิการเท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

          4.10 ไม่ดำเนินการในทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

  

 

 

 

    

 

 หมวดที่ 3

 สมาชิกและสมาชิกภาพ

 

          ข้อ 5.   สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

  

          5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบอาชีพร้านขายยาประเภทขายปลีกซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

          5.2 สมาชิกสามัญตลอดชีพ ได้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตาม 5.1 ซึ่งได้ชำระค่าบำรุงครั้งเดียว ตามอัตราค่าบำรุงสมาชิกตลอดชีพ

           5.3 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยา แต่ไม่มีร้านขายยาปลีก ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

          5.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่บุคคลธรรมดาที่ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอุปการะคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการสมาคมมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ และบุคคลนั้นตอบรับคำเชิญ

  

          ข้อ 6. นอกจากมีคุณสมบัติตามกำหนดไว้ในข้อ 5 แล้ว ผู้จะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม จะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะดังนี้คือ

  

          6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

          6.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

          6.3 ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุก พิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่กำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดที่กระทำโดยประมาท

          6.4 ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจของสังคม

          6.5 เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร

          6.6 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

          6.7 ให้นำข้อความดังกล่าวข้างต้นไปใช้บังคับแก่คุณลักษณะของผู้แทนนิติบุคคล ซึ่งสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมตามข้อ 8 ด้วย

  

          ข้อ 7. ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก จะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการของสมาคม ตามแบบพิมพ์ที่สมาคมกำหนด โดยมีสมาชิกสามัญของสมาคมเป็นผู้รับรองอย่างน้อย 2 คน การเป็นสมาชิกจะสมบูรณ์ต่อเมื่อคณะกรรมการได้ลงมติรับเป็นสมาชิกและได้ชำระค่าสมัครและค่าบำรุงตามระเบียบของสมาคมแล้ว

  

          ข้อ 8. สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล จะต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ 1 คน lesbian videos เพื่อปฏิบัติกิจการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น ในการนี้ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทนหรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้

  

          ข้อ 9. สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ในกรณีต่อไปนี้

  

          9.1 ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

          9.2 ขาดคุณสมบัติตามข้อ 5.1 หรือ 5.3 แล้วแต่กรณี

          9.3 ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการของสมาคม และได้ชำระหนี้สินที่ค้างชำระแก่สมาคมเรียบร้อย

          9.4 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้เป็นบุคคลล้มละลาย

          9.5 ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

          9.6 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่กำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

          9.7 คณะกรรมการของสมาคมลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้

          ก.  เจตนากระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียง

          ข.  เจตนาละเมิดข้อบังคับ

          ค.  ไม่ชำระค่าบำรุงสมาคมเกินกว่า 1 ปี โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

  

          ข้อ 10. ให้นายทะเบียนสมาคมจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคม โดยมีรายการตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 ได้กำหนดไว้

 

 

 

 

 หมวดที่ 4
ค่าบำรุง

  

           ข้อ 11. ค่าบำรุงสมาคม

  

          11.1 สมาชิกสามัญจะต้องชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ปีละ 200 บาท

          11.2 สมาชิกสามัญตลอดชีพจะต้องชำระค่าบำรุงครั้งเดียวตลอดชีพ 2,000 บาท

          11.3 สมาชิกวิสามัญจะต้องชำระค่าบำรุงครั้งเดียวตลอดชีพ 2,000 บาท

          11.4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น

 

  

 

 

หมวดที่ 5

สิทธิ และหน้าที่ของสมาชิก

 

          ข้อ 12. สมาชิกทุกคนย่อมได้รับสิทธิอันพึงมีของสมาคมดังต่อไปนี้

  

          12.1 ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้

          12.2 เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมหรือคณะกรรมการของสมาคมในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม

          12.3 ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคม

          12.4  เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ

เว้นแต่สมาชิกต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งหรือได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการสมาคม คือ

               1.  สมาชิกสามัญที่ค้างชำระค่าบำรุงเกินกว่า 1 ปี ไม่มีสิทธิลงคะแนน

               2.  สมาชิกวิสามัญ

               3.  สมาชิกกิตติมศักดิ์

  

          ข้อ 13. หน้าที่ของสมาชิก

  

          13.1 ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและมติของสมาคม

          13.2 ดำรงรักษาเกียรติและชื่อเสียงของสมาคม

          13.3 ชำระค่าบำรุงและเงินสวัสดิการแก่สมาคมตามข้อบังคับ

          13.4 หากมีการเปลี่ยนนาม นามสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ เปลี่ยนประเภท เลิกกิจการ หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการสมาคมทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันเปลี่ยนแปลง

  

 

 

 

 

หมวดที่ 6 

คณะกรรมการของสมาคม

 

          ข้อที่ 14. ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารขึ้นคณะหนึ่งจำนวนไม่น้อยกว่า 25 คน ซึ่งเลือกจากสมาชิกสามัญหรือสมาชิกสามัญตลอดชีพ และให้คณะกรรมการบริหารเลือกตั้งระหว่างกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคม 1 คน อุปนายกไม่น้อยกว่า 3 คน เลขาธิการสมาคม 1 คน เหรัญญิกสมาคม 1 คน นายทะเบียน 1 คน ประชาสัมพันธ์สมาคม 1 คน ปฏิคมสมาคม 1 คน และตำแหน่งอื่นๆ ตามความจำเป็น

  

          14.1 ให้อดีตนายกสมาคมสมัยล่าสุดเป็นที่ปรึกษาและกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง

          14.2 กรรมการบริหารสมาคมจะต้องเป็นสมาชิกสามัญมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และเคยเป็นกรรมการเขต กรรมการจังหวัดไม่น้อยกว่า 1 สมัย

          14.3 นายกสมาคม จะต้องเป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี และจะต้องเคยเป็นกรรมการบริหารสมาคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 สมัย

  

          ข้อ 15. คณะกรรมการมีอำนาจที่จะตั้งที่ปรึกษาได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยเชิญผู้ที่มีความเหมาะสม และผู้ที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสมาคมโดยผู้นั้นไม่จำต้องเป็นสมาชิกของสมาคมก็ได้

  

          ข้อ 16. คณะกรรมการมีอำนาจที่จะแต่งตั้งกรรมการเขต กรรมการจัดหวัด เพื่อปฏิบัติกิจการเฉพาะอย่าง ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสมาคมภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหารสมาคม

  

          คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกิน 2 ปี เมื่อครบวาระแล้วมีสิทธิได้รับเลือกใหม่ได้ เว้นแต่ตำแหน่งนายกสมาคมจะอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 4 ปี ระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่งของที่ปรึกษา กรรมการเขต และกรรมการจังหวัดให้ถือเกณฑ์กำหนดอยู่ในตำแหน่งของกรรมการบริหาร

  

          ข้อ 17. กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากสภาพกรรมการในกรณีต่อไปนี้

  

          17.1 ครบกำหนดออกตามวาระ

          17.2 ลาออก โดยคณะกรรมการของสมาคมได้ลงมติแล้ว

          17.3 พ้นจากการเป็นผู้แทนของสมาชิกสามัญซึ่งเป็นนิติบุคคล

          17.4 ขาดจากสมาชิกภาพ

          17.5 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนจากการเป็นกรรมการ

          17.6 เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

          17.7 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509

          17.8 ขาดการประชุมตามข้อบังคับข้อ 21 เป็นเวลา 3 ครั้งติดต่อกัน โดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และคณะกรรมการบริหารสมาคม ลงมติให้พ้นจากสภาพกรรมการสมาคม โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

  

          ข้อ 18. การมอบหมายหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริหารที่ต้องออกตามวาระและคณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งใหม่ให้กระทำภายหลังที่ได้รับเลือกตั้งแล้วไม่เกิน 30 วัน โดยประธานที่ประชุมเป็นผู้นัดหมาย

  

          ข้อ 19.  การประชุมคณะกรรมการของสมาคมฯ จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะนับเป็นองค์ประชุม

          ในกรณีที่จำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่มีอยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นกรรมการแทนเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนหรือนัดเรียกประชุมใหญ่เท่านั้น จะกระทำกิจการอย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น

  

          ข้อ 20.  ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้   ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น

  

          ข้อ 21.  ให้มีการประชุมคณะกรรมการเดือนละครั้ง ในกรณีจำเป็นนายกสมาคมหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 5 คน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นได้

  

          ข้อ 22.   ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้.

  

          22.1 จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม

          22.2 เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการของสมาคม และวางระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคม

          22.3 ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอนที่ปรึกษา  กรรมการเขต เจ้าหน้าที่และพนักงานทั้งปวง เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการของสมาคม

  

          ข้อ 23.  อำนาจหน้าที่ของกรรมการในตำแหน่งต่างๆ มีดังนี้

  

          23.1 นายกสมาคมมีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคม  เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สมาชิก

          23.2 อุปนายกสมาคม  มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม และเป็นผู้ทำการแทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

          23.3 เลขาธิการสมาคม  มีหน้าที่ทำการตอบโต้หนังสือเก็บรักษาเอกสารต่างๆของสมาคม เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่  ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะมอบหมาย

          23.4 เหรัญญิกสมาคม  มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม  ทำบัญชีการเงิน เก็บรักษาและจ่ายพัสดุของสมาคม  ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะมอบหมาย

          23.5 นายทะเบียนสมาคม  มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่างๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคม  ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการจะมอบหมาย

          23.6 ประชาสัมพันธ์สมาคม  มีหน้าที่เกี่ยวกับการโฆษณาเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานด้านต่างๆ ของสมาคม  ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะมอบหมาย

          23.7 ปฏิคมสมาคม  มีหน้าที่ต้อนรับ รักษาสำนักงานของสมาคม รักษาความเรียบร้อยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะมอบหมาย

  

 

 

 

 

หมวดที่ 7 

การประชุมใหญ่

 

          ข้อ  24.  การประชุมใหญ่ ให้หมายถึงการประชุมสมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

  

          24.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องจัดให้มีขึ้นทุกระยะเวลา 12 เดือนต่อครั้ง

          24.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ  คือ การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆบรรดามีนอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมคณะกรรมการประจำเดือน

  

          ข้อ  25.  ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในเดือนเมษายนของทุกปี

  

          ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควร หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 100  คน ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือ 1 ใน 5 แสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคมให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

  

          หนังสือบอกกล่าวจะต้องระบุข้อความแจ้งเหตุเพื่อการใดที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญนี้ด้วย

  

           ข้อ  26.  การนัดประชุมใหญ่ จะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุมไปให้สมาชิกทุกคนทราบ  โดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏในทะเบียน  หรือส่งถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน

ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องแนบสำเนารายงานประจำปี และสำเนางบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วไปด้วย

  

           ข้อ  27.  ในการประชุมใหญ่ของสมาคมฯ จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 จึงจะถือเป็นองค์ประชุม

  

           การนัดประชุมใหญ่  เมื่อล่วงเวลาตามนัดเกินไปแล้ว 1 ชั่วโมง ยังมีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม  ถ้าการประชุมคราวนั้นได้เรียกนักเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกประชุม  ถ้าไม่ใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปและต้องนัดประชุมใหม่อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใด ก็ให้ถือเป็นองค์ประชุม

 

          ข้อ  28.  ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม 

  

          ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุม  ก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกสามัญคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

  

          ข้อ  29.  มติของที่ประชุมใหญ่  นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

  

          ข้อ  30.  กิจการอันพึงกระทำ  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีดังนี้

  

          30.1 รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

          30.2 พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี

          30.3 พิจารณาอนุมัติงบดุล

          30.4 เลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม ในปีที่ครบกำหนด

          30.5 เลือกตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีและกำหนดค่าตอบแทน

          30.6 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

  

          mature porn ข้อ  31.  กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญนั้น  ได้แก่กิจการที่จะกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมแต่ไม่อาจหรือมีเหตุทำให้สามารถจัดทำได้ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี

  

          ข้อ  32.  กิจการอันพึงกระทำในการประชุมคณะกรรมการประจำเดือนนั้น ได้แก่กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของสมาคม นอกจากกิจการที่จำเป็นจะต้องกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมใหญ่

 

 

 

 

 หมวดที่ 8

การเงินและการบัญชีของสมาคม

  

          ข้อ  33.  ให้เหรัญญิกจัดทำงบดุลปีละหนึ่งครั้งแล้วให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนมกราคมของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน

  

          ข้อ  34.  ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นสุดปีการบัญชีของสมาคม

  

          ข้อ  35.  ผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้ง  มีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าวในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือให้ความสะดวกทุกประการ เพื่อตรวจสอบเช่นว่านั้น

 

          สมุดบัญชีและเอกสารการเงินของสมาคม  จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม และให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก

  

          ข้อ  36.  เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้  ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่งในนามของสมาคม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน 10,000.00  บาท(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน

  

          ข้อ  37.  ในการจ่ายเงินของสมาคมครั้งละเกินกว่า 10,000.00 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง

  

          37.1 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 10,000.00 บาท(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

  

 

 

 

 

หมวดที่ 9

สภาที่ปรึกษา

  

          ข้อ  38.  สภาที่ปรึกษาประกอบด้วยอดีตนายกสมาคม อดีตเลขาธิการทุกคน นายกสมาคมสมัยปัจจุบัน ,อุปนายกสมาคม,เลขาธิการและเหรัญญิก รวมเป็นคณะสภาที่ปรึกษา ให้เลขาธิการสมาคมทำหนังสือเชิญอดีตนายกสมาคม และ อดีตเลขาธิการทุกคนเข้าร่วมเป็นสภาที่ปรึกษาในสมัยนั้น

  

          ข้อ  39.   ให้สภาที่ปรึกษาเลือกกันเอง หาผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษา จำนวน 1 คน รองประธานที่ปรึกษา จำนวน 1 คน เลขาธิการ จำนวน 1 คน และตำแหน่งอื่น ๆ ตามความจำเป็น

 

          ประธานสภาที่ปรึกษาต้องเป็นอดีตนายกสมาคมเท่านั้น

  

          ให้รองประธานสภาที่ปรึกษาปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาที่ปรึกษาเป็นการชั่วคราว หากประธานสภาที่ปรึกษาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ black girl porn หรือ ได้มอบหมายไว้อย่างชัดแจ้ง

  

          ข้อ 40.ให้ประธานสภาที่ปรึกษา เป็นประธานในที่ประชุมสภาที่ปรึกษา หากประธานสภาที่ปรึกษาไม่อยู่ หรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ให้รองประธานสภาที่ปรึกษาทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมแทน หากทั้งประธานสภาที่ปรึกษา และรองประธานสภาที่ปรึกษาไม่อยู่ หรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมสภาที่ปรึกษาเลือกกันเองหาผู้เป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะการประชุมครั้งนั้น

 

          หากมีการลงมติ ให้ใช้มติเสียงส่วนใหญ่

  

          มติของที่ประชุมสภาที่ปรึกษา มีผลเป็นการให้คำแนะนำต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม

  

          ข้อ 41.  สมาชิกสภาที่ปรึกษา สิ้นสมาชิกภาพเมื่อ ตาย หรือ ลาออกจากสภาที่ปรึกษา หรือ พ้นจากกรรมการบริหารสมาคมในสมัยนั้น

           

          การหมดสมาชิกภาพในสมัยนั้น ไม่เป็นการตัดสิทธิ์ในการกลับมาเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาอีกในสมัยหน้า ยกเว้นกรณีตาย

  

          ข้อ 42.  อายุการดำรงตำแหน่งของสภาที่ปรึกษามีกำหนดสมัยละ 2 ปี โดยครบวาระพร้อมกับคณะกรรมการบริหารสมาคม

  

          cartoon porn pics ข้อ 43.  สภาที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำการแก้ไขปัญหาแก่คณะกรรมการบริหารสมาคม กรรมการเขต กรรมการจังหวัด และสมาชิกสมาคม

  

          ข้อ 44.  ให้มีการประชุมสภาที่ปรึกษาอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยประธานสภาที่ปรึกษาเป็นผู้เรียกประชุม

  

          ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน สภาที่ปรึกษาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือโดยมติเสียงส่วนใหญ่ของกรรมการบริหารสมาคม สามารถเสนอให้ประธานสภาที่ปรึกษา เรียกประชุมสภาที่ปรึกษา ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ประธานสภาที่ปรึกษาเรียกประชุมภายใน 15 วัน

  

          ให้สมาคมจัดสรรงบเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาตามสมควร

 

 

 

 

 

 

หมวดที่ 10 

การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคมและการชำระบัญชี

 

          ข้อ  45.  ข้อบังคับนี้จะแก้ไข  เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือเพิ่มเติมได้ ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ยกมือในการรับรองการประชุมของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม

  

          ข้อ  46.  สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้

  

          46.1 เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด

          46.2 เมื่อล้มละลาย

          46.3 เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509

  

          ข้อ 47. เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ 39. การชำระบัญชีให้นำบทบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 celebrity sex tapes มาใช้บังคับ

ในกรณีสมาคมเลิกไปตามข้อ 39.1  ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วยและหากต้องเลิกไปตามข้อ 39.3  ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการของสมาคมชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ชำระบัญชี

  

          หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชี ให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทย ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใดหรือหลายแห่ง ตามมติของที่ประชุมใหญ่

 

 

 

 

 

หมวดที่ 11

บทเฉพาะกาล

  

          ข้อ  48.    เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าแล้ว

  

          48.1 ให้ผู้เริ่มก่อตั้งทั้ง 3 คน ทำหน้าที่คณะกรรมการของสมาคมชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคมตามข้อบังคับนี้  ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนด 120 วัน  นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมการค้าแล้ว

          48.2 ให้สมาชิกชมรมร้านขายยาผู้ที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกของสมาคมนี้  ให้แจ้งความจำนงยื่นใบสมัครตามแบบฟอร์มของสมาคมและไม่ต้องเสียค่าสมัครอีก

  

          ข้อ  49.  เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับ 6. ให้ผู้ริเริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 3 คน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ   

  

          ข้อ 50.  ให้ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าเป็นต้นไป

  

  

  

---------------------------------------